สุดยอด อาหารโรคมะเร็ง ในปี 2022 จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน ! การดูแลผู้ป่วยมะเร็งเป็นเรื่องสำคัญ และอาหารโรคมะเร็ง ที่ดีควรเป็นอย่างไร

อาหารโรคมะเร็ง

อาหารโรคมะเร็ง เป็นอาหารเฉพาะโรคที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง (Cancer) ซึ่งมะเร็งเป็นภาวะที่เซลล์ปกติของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เกิดการแบ่งตัวขยายใหญ่ และสามารถลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงและแพร่ไปทางกระแสเลือดได้ โดยมักเรียกมะเร็งตามอวัยวะที่เกิดเหตุครั้งแรก เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็ง เม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

 

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของผู้ป่วยมะเร็ง แต่ทางการแพทย์เชื่อว่ามีหลายปัจจัยด้วยกันที่ทำให้เกิดโรคนี้ โดยแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุหลักๆ คือ สาเหตุจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารเคมีบางชนิดที่พบได้ในขบวนการทางอุตสาหกรรม ควันบุหรี่ เขม่ารถยนต์ เชื้อรา เนื้อสัตว์รมควัน ปิ้ง ย่าง ทอดจนไหม้เกรียม สีย้อมผ้า รังสีต่าง ๆ  รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด รวมทั้งการติดเชื้อเรื้อรัง และพยาธิสะสมในร่างกาย ส่วนสาเหตุภายในร่างกาย พบได้จากพันธุกรรมที่ผิดปกติ ความไม่สมดุลทางฮอร์โมน ภูมิคุ้มกันที่บกพร่อง การระคายเคืองที่เกิดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน และภาวะทุพโภชนาการ เป็นต้น

 

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคมะเร็ง ตลอดจนผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วย สามารถดูแลสุขภาพและอาหารการกิน โดยเลือกอาหารโรคมะเร็งโดยเฉพาะและวัตถุดิบที่มีส่วนช่วยต้านเซลล์ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ ดังนี้

 

  1. ทานอาหารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) เป็นสารที่สามารถยับยั้งหรือชะลอการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของเซลล์และเสื่อมสภาพ อันเป็นสาเหตุโรคชราและความเสื่อมของร่างกาย จนพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด อาหารโรคมะเร็งที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้มักพบในผักผลไม้หลากสี เช่น

  • มะเขือเทศ มีสารไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปอด
  • ฟักทองและแครอท มีสารแคโรทีนอยด์ (Beta – Carotene) และวิตามินต่างๆ ที่สามารถต้านการเกิดสารอนุมูลอิสระ
  • คะน้า บรอกโคลี ผักบุ้ง กวางตุ้งและตำลึง ที่มีมีวิตามินซี วิตามินเอ และพิกเมนต์คลอโรฟิลล์มีส่วนช่วยต้านสารอนุมูลอิสระในร่างกายได้
  • กะหล่ำสีม่วง ชมพู่มะเหมี่ยว สีม่วงในดอกอัญชัน มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่สามาราถยับยั้งสารก่อมะเร็งได้
  • มะเขือเปราะ ผักกาดขาว ดอกแค (ยอด) มีสารเบตาแคโรทีนสูงและมีช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย

 

  1. ทานอาหารธัญพืชและเส้นใย

ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือขัดสีน้อยที่สุด ทำให้ยังคงมีคุณค่าทางสารอาหารสูง เช่น วิตามิน แร่ธาตุ ไฟโตนิวเตรียนท์ เส้นใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ซึ่งพบได้มากในข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ลูกเดือย เป็นต้น จึงนิยมนำมาประกอบอาหารโรคมะเร็ง นอกจากอาหารธัญพืชและเส้นใยจะช่วยขับสารที่เป็นโทษซึ่งเกาะอยู่ตามลำไส้ออกไป ยังลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในทางเดินอาหารอีกด้วย

 

  1. ทานอาหารที่ปรุงรสจากเครื่องเทศ

เลือกทานอาหารที่ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือในปริมาณน้อย แต่เน้นชูรสจากรสชาติของเครื่องเทศตามธรรมชาติ เช่น กระเทียม ขิง ตะไคร้ โหระพา ขมิ้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุและวิตามิน ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ เครื่องเทศยังมีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยเฉพาะตัว รวมทั้งมีรสชาติเผ็ดร้อนเล็กน้อย จึงเหมาะสำหรับนำมาปรุงประกอบอาหารโรคมะเร็ง เพื่อเพิ่มรสชาติในอาหารให้ดียิ่งขึ้น  

 

  1. เลี่ยงอาหารบางประเภท

ในการปรุงอาหารโรคมะเร็ง อันดับแรกคือไม่ควรรับประทานอาหารที่ปิ้งย่างจนไหม้เกรียม อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้ง และควรหลีกหนีอาหารประเภทที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ลดการบริโภคเนื้อแดง เพราะอาจทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งทวารหนัก รวมถึงควรทานอาหารรสจัด เกลือแกง และอาหารหมักดองให้น้อยลง เพื่อลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง

 

ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับคีโมควรทานอะไร?

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับคีโม ควรรับประทานอาหารโรคมะเร็งที่มีสารอาหารครบถ้วน เน้นปรับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุล เพื่อเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง แต่ในระยะนี้ผู้ป่วยมะเร็งอาจมีผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำคีโม เช่น เบื่ออาหาร เจ็บปาก การรับรู้รสอาหารเปลี่ยนไป คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลียและง่วงซึม เป็นต้น หากมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงแพทย์อาจสั่งให้ทานอาหารเหลวใส เหลวข้น เช่น น้ำข้าวต้ม ซุปน้ำใส ซุปฟักทอง นอกจากนี้ช่วงหลังให้คีโมบางชนิดที่มีผลให้เกิดเม็ดเลือดขาวต่ำ ต้องระมัดระวังการรับประทานอาหารเป็นพิเศษ โดยเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด ผักที่ผ่านการล้างอย่างเหมาะสมหรือผักลวก เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในช่วงที่ร่างกายมีเม็ดเลืดขาวต่ำ เมื่ออาการเริ่มปกติขึ้นจึงค่อยทานอาหารอ่อนเคี้ยวง่ายและทานอาหารปกติได้ตามลำดับ 

 

เมื่ออาการฟื้นตัวดีขึ้น ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรทานอาหารที่มีสารครบถ้วน โดยจะเน้นไปที่อาหารประเภทที่ให้พลังงานและมีโปรตีนสูง เช่น เนื้อ นม ไข่ ขนมปัง ธัญพืช รวมถึงผักผลไม้ที่มีวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายที่อ่อนแอลงหลังการทำคีโม 

ตัวอย่างเมนูอาหารโรคมะเร็งสำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับคีโม 

  • สปาเกตตีโฮลวีทซอสมะเขือเทศกุ้ง 
  • ทาร์ตไข่อบควินัว
  • สปาเกตตีโฮลวีทผัดพริกแห้งไก่
  • วุ้นเส้นผัดเต้าหู้ 5 เซียน
  • ข้าวผัดกะเพราหมูสันในเต้าหูงาดำและไข่ขาวเจียว

 

นอกจากนี้ เมนูอาหารโรคมะเร็งหากเป็นไปได้ควรมีหน้าตาน่าทาน เพื่อกระตุ้นความอยากอาหารของผู้ป่วย ให้สามารถทานอาหารได้มากและสามารถฟื้นตัวได้ไวขึ้น โดยสามารถสั่งอาหารเฉพาะจาก Modish Food Design ที่มีทีมนักโภชนาการและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านออกแบบและกำหนดอาหารโรคมะเร็งให้อย่างตรงจุด พร้อมรังสรรค์เมนูอาหารโดยทีมเชฟมืออาชีพรับประกันความอร่อย ความสด สะอาด และถูกหลักอนามัย 

สามารถเลือกเมนูอาหารเฉพาะบุคคลและสั่งมาทานที่บ้านได้ง่ายๆ ผ่านเพจ Modish Food Design หรือผ่านเว็บไซต์ https://www.modishfooddesign.co.th/meal-plan/

ได้แล้ววันนี้

ปรึกษาเพิ่มเติมที่ Line OA: @modishfooddesign
Tel. 090-919-7414